Last updated: 15 พ.ค. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
จาก ตอนที่ 1 เราได้รู้กันแล้วว่า ภาพถ่ายดาวเทียมมีหน้าตาแตกต่างกัน เพราะใช้ “ช่วงคลื่นแสง” ที่ต่างกันในการบันทึกภาพ แต่ความจริงแล้วยังมีอีกปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “ความสูงของตัวเซนเซอร์ที่ใช้ถ่ายภาพ เพราะระยะห่างจากโลก จะเป็นตัวกำหนดว่า เราจะเห็นภาพ “ละเอียดแค่ไหน” และด้วยมุมมอง “กว้างแค่ไหน”
ลองนึกภาพการซูมกล้อง:
ซูมเข้าใกล้ -> เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ ชัด
ซูมออกไกล -> เห็นภาพรวมกว้างขึ้น
ภาพดาวเทียมก็เหมือนกัน
ดาวเทียมในระดับนี้อยู่สูงประมาณ 35,786 กิโลเมตร
จุดเด่นคือ “ลอยอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา”
ทำให้:
ใช้กับ:
ลักษณะภาพ:
ดาวเทียมส่วนใหญ่ที่ใช้ “ถ่ายภาพโลก”
อยู่ที่ระดับประมาณ 500 – 900 กิโลเมตร
ใช้กับ: เกษตร ป่าไม้ ผังเมือง น้ำท่วม
ข้อสังเกต:
นอกจากนี้ในการสำรวจโลกหากต้องการในระยะที่ใกล้มากขึ้น ยังมีทางเลือกเป็นบอลลูน และ โดรนด้วยโดยภาพจากโดรนจะอยู่ที่ความสูงประมาณหลักสิบถึงร้อยเมตร จึงสามารถบันทึกความละเอียดได้มากถึงในระดับเซ็นติเมตร มักใช้กับงานก่อสร้าง, เกษตรแม่นยำ และสำรวจความเสียหาย
ส่วนบอลลูนจะเป็นระยะ 20-30 กม. ให้ระยะกว้างกว่าโดรน มักใช้ในงานเฉพาะทางเช่น งานวิจัยและทดลอง การเก็บข้อมูลชั่วคราวในพื้นที่เฉพาะ หรือโครงการต้นทุนต่ำ เพราะแม้จะราคาถูกแต่ไม่แม่นยำเท่าโดรนเพราะลอยตามลม ควบคุมทิศยาก
มาถึงจุดนี้หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วไม่มีภาพจากดาวเทียม MEO เหรอ?
ดาวเทียมในวงโคจรนี้อยู่ที่ประมาณ 2,000 – 20,000 กิโลเมตร ถ้าเทียบกับ LEO ก็ถือว่า ไกลเกินไป ความละเอียดสู้ไม่ได้ และเฝ้าดูแบบต่อเนื่องแบบดาวเทียม GEO ก็ไม่ได้เช่นกัน จึงไม่นิยมถ่ายภาพที่ระยะนี้ ส่วนใหญ่จะใช้งานในเชิง GPS เป็นหลัก
ตอนนี้เราได้เข้าใจแล้วว่า ความสูงมีผลต่อมุมภาพและความละเอียดที่ได้ ซึ่งในตอนต่อไป เราจะไปดูเกี่ยวกับความละเอียดของภาพแบบลงลึกกันครับ