Last updated: 10 เม.ย 2569 | 86 จำนวนผู้เข้าชม |
พูดง่าย ๆ ENSO เป็นเหมือนโหมดต่าง ๆ ของระบบอากาศโลก เพราะเมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลและลมเหนือแปซิฟิกเปลี่ยน จะไปกระทบการเกิดเมฆฝน ลมมรสุม พายุ และอุณหภูมิในหลายภูมิภาค รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยด้วยครับ ซึ่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยถ้าเป็น
เอลนีโญ (El Niño) มักทำให้บรรยากาศแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชื้นน้อยลง ส่งผลให้ไทยมีโอกาสเจอ ฝนมาช้า ฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนขึ้น และเสี่ยงแล้ง โดยเฉพาะช่วงรอยต่อก่อนเข้าฤดูฝนหรือช่วงต้นฤดูฝน
ส่วนถ้าเป็น ลานีญา (La Niña) มักเอื้อให้ความชื้นมากขึ้น โอกาสเจอ ฝนมากกว่าปกติ พายุเข้า/ฝนหนักถี่ขึ้น และเสี่ยงน้ำท่วม จะเพิ่มขึ้นในบางช่วง
แต่ทั้งสองแบบไม่ได้แปลว่า “แล้งแน่” หรือ “ท่วมแน่” ทุกจังหวัด เพราะสภาพอากาศไทยยังขึ้นกับมรสุม พายุ และปัจจัยท้องถิ่นอีกหลายอย่าง เพียงแต่ ENSO ช่วยบอก “แนวโน้มความเสี่ยง” ล่วงหน้าว่าปีนี้ควรวางแผนน้ำและเกษตรแบบระวังฝนขาดหรือฝนเกินมากกว่าเดิมครับ
สำหรับปี 2569 นี้ ภาพรวมจากการคาดการณ์ของสำนักหลักอย่าง NOAA (CPC), WMO และ IRI (Columbia) ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันว่า ลานีญากำลังอ่อนแรงลง และโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วง สภาวะปกติ (ENSO-neutral) ก่อนจะมีโอกาสไต่ขึ้นไปทาง เอลนีโญ (El Niño) ในระยะถัดไป ดูจากภาพที่ 1 ซึ่งถ้าอ่านกราฟแบบง่าย ๆ ให้ดูแท่ง สีเทา (ENSO-neutral) จะเห็นว่าสูงเด่นในช่วงต้นปี สอดคล้องกับที่ NOAA ประเมินว่าโอกาสเข้าสู่ ENSO-neutral ช่วง ก.พ.–เม.ย. 2026 อยู่ราว 60% แต่เมื่อไล่ไปตั้งแต่ช่วง พ.ค. เป็นต้นไป แท่งสีแดง (El Niño) จะเริ่มสูงขึ้นและเด่นกว่าแท่งอื่นมากขึ้น สื่อว่าความเป็นไปได้ของเอลนีโญเริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูร้อนซีกโลกเหนือไปจนถึงครึ่งหลังของปี ซึ่งจะคล้ายกับรูปแบบการคาดการณ์ในอดีตที่ไทยเจอภัยแล้งหนักเมื่อปี 2566 ตามตัวอย่างในภาพที่ 2 ครับ


สรุปคือ ไทยเราจะเจอร้อนและแล้งอย่างจริงจังช่วงเดือน พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นช่วงเริ่มเพาะปลูกพอดีนะครับ ซึ่งก็จะเหมือนกับที่เราเผชิญภัยแล้งมาในปี 2566
แต่ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีมักเจอช่วงที่เรียกว่า spring predictability barrier ซึ่งเป็นจังหวะรอยต่อฤดูที่ระบบมหาสมุทรหริอบรรยากาศเปลี่ยนไว ทำให้โมเดลพยากรณ์ ENSO ได้ยากกว่าปกติ ดังนั้น กราฟพยากรณ์จึงควรใช้เป็น “แนวโน้ม” มากกว่าการฟันธงว่า “เอลนีญารุนแรงแน่” และต้องติดตามการอัปเดตรายเดือน เพราะเปอร์เซ็นต์สามารถปรับขึ้นลงได้เมื่อมีข้อมูลทะเลและลมชุดใหม่เข้ามา แต่เห็นแบบนี้แล้ว ก็ควรเตรียมความพร้อมรับมือไว้ก่อนดีกว่าครับ
เพราะถ้าเอลนีโญเกิดขึ้นจริงและรุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สิ่งที่ไทยควรจับตาเป็นพิเศษคือความเสี่ยงเรื่อง ฝนต้นฤดูมาช้า หรือฝนทิ้งช่วง เพราะจะกระทบทั้งการเริ่มเพาะปลูกและน้ำต้นทุน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานที่พึ่งพาฝนเป็นหลัก ซึ่งจากข้อมูลย้อนหลังที่ใช้วิเคราะห์ พื้นที่ปลูกข้าวที่มักได้รับผลกระทบจากภัยแล้งสูงและติดอันดับต้น ๆ มี เช่น บุรีรัมย์, นครสวรรค์, นครราชสีมา, อุทัยธานี, พิจิตร, เพชรบูรณ์, กาญจนบุรี, สุรินทร์, ร้อยเอ็ด และชัยนาท (ภาพที่ 3)
ความเสี่ยงจะน่าห่วงที่สุดในกรณีที่เอลนีโญเริ่มเร็ว ตั้งแต่กลางปีและลากยาว เพราะจะทำให้ความแห้งแล้งสะสมต่อเนื่อง ส่งผลเป็นลูกโซ่ตั้งแต่การตัดสินใจเริ่มปลูก การจัดสรรน้ำ ไปจนถึงความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตามต้องย้ำว่าน้ำท่วมและพายุ ก็ยังสามารถเกิดได้ จากกลไกอากาศอื่น ๆ (เช่น มรสุมและพายุหมุนเขตร้อน) ไม่ได้ถูกล็อกด้วย ENSO เพียงอย่างเดียวนะครับ
สุดท้าย เอลนีโญเกิดบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไป ไม่ได้มาเป็นรอบตายตัว แบบทุก ๆ X ปีเป๊ะ ๆ แต่จากสถิติระยะยาว เอลนีโญมักเกิดซ้ำประมาณ ทุก 2–7 ปี (คนมักอ้างค่าเฉลี่ยราว 3–5 ปี) เพราะขึ้นกับจังหวะที่ระบบมหาสมุทรและบรรยากาศในแปซิฟิกพัฒนาไปทางไหน บางช่วงอาจเว้นนานเกิน 7 ปีได้ หรือบางช่วงก็เกิดถี่และมีเหตุการณ์ต่อเนื่องหลายรอบได้เช่นกัน และถ้าดูย้อนหลังของไทยตามภาพที่ 4 - 7 เราเพิ่งเจอเอลนีโญ (แล้ง) แรง ๆ ในปี 2566 มาไม่นาน ลากยาวมาจนถึงกลางปี 2567 และเปลี่ยนเป็นปีปกติ และต่อด้วยลานีญา (ท่วม) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถ้าปีนี้สัญญาณเอลนีโญ (แล้ง) กลับมาอีก และยิ่งถ้ารุนแรง ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมการรู้ล่วงหน้าและเตรียมตัวไว้ก่อน เช่น ภาครัฐช่วยในการวางแผนน้ำต้นทุน ปรับปฏิทินเพาะปลูก หรือการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย จึงคุ้มกว่าการรอให้เหตุเกิดแล้วค่อยแก้ครับ เพราะความเสียหายจากภัยพิบัติไม่ได้จบแค่วันเกิดเหตุ สำหรับหลายครอบครัวหรือหลายชุมชน การฟื้นตัวอาจกินเวลายาวนานมาก บางครั้งนานจนกระทบต่อทั้งช่วงชีวิตเลยครับ



ที่มาข้อมูล
[1] IRI (Columbia), Columbia Climate School, International Research Institute for Climate and Society, https://iri.columbia.edu
[2] WMO, World Meteorological Organization, https://wmo.int
[3] NOAA (CPC), National Oceanic and Atmospheric Administration (Climate Prediction Center), https://www.cpc.ncep.noaa.gov
[4] กรมส่งเสริมการเกษตร
18 ก.พ. 2569
6 ก.พ. 2569