พื้นที่ปลูกต้นไม้ของเรา สร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่?

Last updated: 11 ส.ค. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พื้นที่ปลูกต้นไม้ของเรา สร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่?

เราคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตกันมาบ่อยแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนที่มีเนื้อที่ปลูกต้นไม้ หรือปลูกป่าอยู่ ก็คงยังสงสัยกันอยู่ว่า แปลงปลูกที่มีสามารถสร้างรายได้ลักษณะนี้ได้หรือไม่?

มาครับ เราเช็กเบื้องต้นกันก่อนว่า เราเข้าข่ายที่จะสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่ สรุปมาให้สั้นๆ 7 ขั้นตอนครับ

 

ข้อที่ 1. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

 

 

ข้อที่ 2. คุณมีสิทธิในการใช้ประโยชน์พื้นที่หรือไม่?

ต้องตรวจสอบว่า

พื้นที่มีเอกสารสิทธิ / สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

เพราะการมีพื้นที่อยู่ในครอบครองอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำพื้นที่นั้นมาพัฒนาเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตได้
เอกสารสิทธิ์ที่ยอมรับได้เช่น โฉลดที่ดิน (น.ส. 4), หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 , น.ส. 3ข.) , เอกสารสิทธิ์ที่ดินของรัฐ, หนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐ หรือ เอกสารสิทธิ์อื่นๆ ตามกฎหมาย

  มีสิทธิชัดเจน      ไปต่อ
x สิทธิไม่ชัดเจน    ต้องตรวจสอบก่อน

 

ข้อที่ 3. พื้นที่ของคุณ “มีต้นไม้หรือมีศักยภาพในการเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน” หรือไม่?

ตัวอย่างพื้นที่ที่เข้าข่าย เช่น ปลูกป่า สวนไม้ยืนต้น สวนไม้เศรษฐกิจโตเร็ว พื้นที่ฟื้นฟูป่า เช่นป่าพรุ, ป่าชายเลน พื้นที่ที่มีการจัดการเพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน

ปัจจุบัน Standard T-VER มี methodology* สำหรับหลายกิจกรรม เช่น การปลูกป่าอย่างยั่งยืน, สวนไม้เศรษฐกิจโตเร็ว และการปลูกพืชเกษตรยืนต้น 

(*methodology คือ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อใช้คำนวณ ตรวจสอบ และประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้จริงจากโครงการ T-VER แต่ละประเภทอย่างเป็นมาตรฐาน)

  เข้าลักษณะกิจกรรมที่มี methodology รองรับ      ไปต่อ

  

ข้อที่ 4. พิสูจน์ได้ว่า “คาร์บอนเพิ่มขึ้นจริง”

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

 

ข้อที่ 5. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

 

ข้อที่ 6. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

 

ข้อที่ 7. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

 

ข้อที่ 1. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

 

สรุป. คุณมีพื้นที่อย่างน้อย 10 ไร่หรือไม่?

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.

  มี 10 ไร่ขึ้นไป      ไปต่อ
x  น้อยกว่า 10 ไร่   อาจไม่เข้าเกณฑ์โครงการป่าไม้ประเภทนี้ แต่ยังต้องตรวจสอบประเภทโครงการอื่น หรือรวมกลุ่มกับเจ้าของแปลงรายอื่น

[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้