Last updated: 18 ก.พ. 2569 | 62 จำนวนผู้เข้าชม |
ช่วงหน้าหนาวทีไร หลายคนคงคุ้น ๆ ว่าแค่จะวางแผนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ก็ต้องลุ้นก่อนเลยว่า วันไหนจะอากาศดี วันไหนจะอากาศแย่ แล้วสามารถรู้ล่วงหน้าได้ไหม มาหาคำตอบกันครับ
PM2.5 มาจากหลายแหล่งกำเนิด เช่น การเผาในที่โล่งทั้งภาคเกษตรและป่าไม้ การคมนาคม โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนครัวเรือน และงานก่อสร้าง แต่สิ่งที่ทำให้บางวันค่าฝุ่น “สะสมจนพุ่งสูง” ไม่ได้มีแค่แหล่งกำเนิดอย่างเดียว ยังขึ้นกับสภาพอากาศด้วย โดยเฉพาะปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ซึ่งมักเกิดในฤดูหนาวหรือช่วงอากาศเย็น และส่งผลโดยตรงต่อ “อัตราการระบายอากาศ” ของพื้นที่
ตามปกติ อุณหภูมิจะลดลงเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเกิดอุณหภูมิผกผัน ชั้นบรรยากาศจะมีลักษณะคล้าย “เย็น–ร้อน–เย็น” เหมือนแซนด์วิช (ดังภาพที่ 1) โดยชั้นอากาศที่อุ่นกว่าจะทำหน้าที่เหมือน “ฝาปิด” ทำให้ฝุ่นและมลพิษไม่สามารถลอยขึ้นไปกระจายตัวได้ดี ส่งผลให้ PM2.5 สะสมหนาแน่นใกล้ผิวดินมากขึ้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางช่วงถึงรู้สึกว่า “ฝุ่น PM2.5 พุ่งขึ้นสูง” แม้แหล่งกำเนิดจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดก็ตาม

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร และคาดการณ์ได้ล่วงหน้าไหมว่า “วันไหนอากาศจะเปิดหรือปิด” คำตอบคือคาดการณ์ได้ครับ แนวทางมาตรฐานคือใช้ โมเดลเคมี–การแพร่กระจายมลพิษ เช่น WRF-Chem หรือ CMAQ ซึ่งจำลองทั้งการไหลเวียนของอากาศและกระบวนการเกิด/สะสม/กระจายของฝุ่นได้ครบถ้วน แต่ข้อจำกัดคือต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์สูงมาก ดังนั้นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้นทุนต่ำกว่าและขยายผลได้ง่าย คือการใช้ “ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับ Machine Learning” เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงและคาดการณ์ล่วงหน้าในทันที
เริ่มต้นด้วยข้อมูลจากดาวเทียม ครั้งนี้เราใช้ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา GNSS-RO ย่อมาจาก Global Navigation Satellite System – Radio Occultation ซึ่งมีจุดเด่นคือสามารถวัด “โครงสร้างบรรยากาศเป็นชั้น ๆ ในแนวดิ่ง” ได้คล้ายกับการปล่อยบอลลูนตรวจอากาศ ทำให้เราได้โปรไฟล์อากาศตามความสูง เช่น อุณหภูมิ ความเร็วลม ทิศทางลม และตัวแปรบรรยากาศอื่น ๆ (ดังภาพที่ 2) จุดสำคัญคือ ในประเทศไทยมีการปล่อยบอลลูนเป็นประจำแต่มีจำนวนจุดตรวจวัดจำกัด (ประมาณ 12 จุด) ซึ่งยังไม่เพียงพอถ้าต้องการประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ดังนั้นข้อมูลจากดาวเทียมจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการเติมช่องว่างเชิงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ก่อนนำข้อมูล GNSS-RO ไปใช้จริง เราต้องทำขั้นตอนที่สำคัญ คือ ตรวจสอบความสอดคล้อง (correlation/validation) โดยเทียบข้อมูลดาวเทียมกับข้อมูลบอลลูนตรวจอากาศในช่วงเวลาและพื้นที่เดียวกัน (ดังภาพที่ 3) เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ เมื่อมั่นใจแล้วจึงนำไปสร้างตัวแปรบ่งชี้สภาวะอากาศปิด หรือปรากฎการอุณหภูมิผกผัน และป้อนเข้าโมเดล Machine Learning เพื่อคาดการณ์แนวโน้ม ความเสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางอากาศ ล่วงหน้าได้อย่างเป็นระบบ โดยระดับความเสี่ยงจะขึ้นอยู่การคาดการณ์อัตราการระบายอากาศในแต่ละพื้นที่ครับ


ผลจากระบบคาดการณ์จะแสดงเป็นข้อมูลและแผนที่แบบอิงตำแหน่ง (location-based) ล่วงหน้ารายวัน ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยจะแสดงเป็น 5 ระดับ ตามภาวะการระบายอากาศที่คาดการณ์ได้ในแต่ละพื้นที่ ได้แก่
Level 1 (Good): สีฟ้า - อากาศลอยตัวได้ดี มลพิษกระจายตัวเร็ว
Level 2 (Moderate): สีเขียว - อากาศระบายได้ดีพอสมควร มลพิษไม่สะสมมาก
Level 3 (Unhealthy for Sensitive Groups): สีเหลือง - อากาศค่อนข้างนิ่ง เริ่มมีการสะสมของมลพิษ
Level 4 (Unhealthy): สีส้ม - อากาศปิด มลพิษเกินมาตรฐาน เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
Level 5 (Very Unhealthy/Hazardous): สีแดง - อากาศปิดมาก มลพิษสะสมสูง กระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน
โครงการนี้ดำเนินงานร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) (ดังภาพที่ 4) โดยสามารถเข้าใช้งานระบบได้ที่:
https://pmwatch.earthinsights.net/

ในเชิงการนำไปใช้ ข้อมูลนี้สามารถสนับสนุนการบริหารจัดการการเผาในเชิงพื้นที่ได้นะครับ เมื่อเราไม่สามารถหยุดการเผาได้ทั้งหมดในทันที การใช้วิทยาศาสตร์เพื่อกำหนด “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เช่น อนุญาตให้เผาในวันที่การระบายอากาศดี และหลีกเลี่ยงวันที่อากาศปิด จะช่วยลดโอกาสเกิดการสะสมมลพิษ PM2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ครับ
#PM25 #อุณหภูมิผกผัน #อากาศปิด #ดาวเทียม #MachineLearning #พยากรณ์ฝุ่น #earthinsights #Thaicom #ฝาชีปิด
9 มิ.ย. 2566
6 ก.พ. 2569