Last updated: 5 มิ.ย. 2569 | 46 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึงภาพถ่ายดาวเทียม หลายคนมักนึกถึงเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้เฉพาะหน่วยงานรัฐบาล กองทัพ หรือองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน ข้อมูลจากอวกาศกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ภาคธุรกิจ นักวิจัย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภาคเกษตร และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย
หนึ่งในคำถามที่ทีมงาน EarthInsights ได้รับอยู่เป็นประจำคือ “ถ้าอยากซื้อภาพถ่ายดาวเทียมสักภาพ ต้องมีเงินเท่าไร?” คำตอบสั้น ๆ คือ มีตั้งแต่ฟรีไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูล ความละเอียด พื้นที่ที่ต้องการ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
ข้อมูลจากดาวเทียมสาธารณะ เช่น Landsat และ Sentinel เปิดให้ใช้งานฟรี เหมาะสำหรับการศึกษาพื้นที่ขนาดใหญ่ การติดตามการเปลี่ยนแปลงของป่าไม้ การเกษตร หรือการติดตามภัยพิบัติ
ในขณะที่ภาพเชิงพาณิชย์จากผู้ให้บริการ เช่น Planet, Maxar และ Airbus มีความละเอียดสูงกว่ามาก สามารถมองเห็นรายละเอียดระดับอาคาร ถนน และยานพาหนะได้ จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูงและความแม่นยำมากขึ้น
ต้องใช้เงินเท่าไร?
ราคาของภาพถ่ายดาวเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนภาพเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
• ความละเอียดของภาพ
• ขนาดพื้นที่
• ช่วงเวลาที่ต้องการข้อมูล
• ความเร่งด่วนของงาน
• ประเภทข้อมูล
• สิทธิ์การใช้งาน
• ระดับการประมวลผลก่อนส่งมอบ
โดยทั่วไปภาพในคลังข้อมูลจะมีราคาถูกกว่าการสั่งถ่ายใหม่ ขณะที่ข้อมูลความละเอียดสูงระดับ 30–50 เซนติเมตรต่อพิกเซล อาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันบาทจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
️ Archive Image (ภาพในคลังข้อมูล)
ประมาณ 50,000 - 100,000 บาท
️ Tasking Image (สั่งถ่ายใหม่)
ประมาณ 100,000 - 300,000 บาท
* ราคาจริงขึ้นอยู่กับความละเอียด พื้นที่ ช่วงเวลาที่ต้องการ และเงื่อนไขการใช้งานของผู้ให้บริการ
ข้อมูลดาวเทียมไม่ได้มีเพียงภาพสีธรรมดาเท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลหลายประเภท เช่น
• True Color – ภาพสีใกล้เคียงกับที่ตามนุษย์มองเห็น
• Multispectral – เหมาะสำหรับงานเกษตร สิ่งแวดล้อม และการจำแนกพื้นที่
• Infrared – ใช้วิเคราะห์สุขภาพพืชและความชื้น
• SAR (Synthetic Aperture Radar) – สามารถเก็บข้อมูลได้แม้มีเมฆหรือเวลากลางคืน
• Analytics Products – ข้อมูลวิเคราะห์สำเร็จรูป เช่น ดัชนีพืชพรรณหรือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่
ฉะนั้น การเลือกประเภทข้อมูลที่เหมาะสมมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกความละเอียดของภาพเลยครับ
ลองอ่านเรื่องความต่างของภาพถ่ายดาวเทียมได้ที่นี่ครับ https://www.earthinsights.net/content/32393/satellite-image-ep1

ซื้อแล้วได้ภาพทันทีหรือไม่?
หากเป็น ภาพในคลังข้อมูล (Archive Imagery) ผู้ให้บริการสามารถส่งมอบข้อมูลได้ภายในไม่กี่นาทีจนถึงไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากมีการบันทึกข้อมูลไว้ล่วงหน้าแล้ว
แต่หากต้องการข้อมูลใหม่ล่าสุด จำเป็นต้องใช้บริการ Tasking หรือ การสั่งให้ดาวเทียมถ่ายภาพใหม่ ตามพื้นที่และช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายวัน ขึ้นอยู่กับวงโคจรของดาวเทียม สภาพอากาศ และลำดับความสำคัญของภารกิจ
คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะข้อมูลดาวเทียมจำนวนมากจำเป็นต้องผ่านกระบวนการประมวลผลเพิ่มเติมก่อนใช้งานจริง เนื่องจากดาวเทียมกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และได้รับผลกระทบจากมุมมองของเซนเซอร์ ความโค้งของโลก และลักษณะภูมิประเทศ
กระบวนการประมวลผลที่สำคัญ ได้แก่
• Geometric Correction – แก้ไขความบิดเบี้ยวของภาพ
• Georeferencing – ผูกภาพเข้ากับระบบพิกัดภูมิศาสตร์
• Orthorectification – แก้ผลกระทบจากความสูงภูมิประเทศ
• Radiometric Correction – ปรับคุณภาพแสงและสีของข้อมูล
หลังจากผ่านกระบวนการเหล่านี้ ข้อมูลจึงพร้อมสำหรับการใช้งานในระบบ GIS และการวิเคราะห์เชิงพื้นที่

ประเทศไทยมีดาวเทียมสำรวจโลกภายใต้การดำเนินงานของ GISTDA ได้แก่ THEOS และ THEOS2 โดย THEOS2 มีความละเอียดสูงประมาณ 50 เซนติเมตรต่อพิกเซล ซึ่งสามารถสนับสนุนงานด้านการจัดการทรัพยากร การวางผังเมือง การเกษตร และการติดตามภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การมีดาวเทียมสำรวจโลกของตนเองช่วยเพิ่มศักยภาพด้านข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศ และลดการพึ่งพาข้อมูลจากต่างประเทศในบางภารกิจ
หลายคนอาจคิดว่าภาพถ่ายดาวเทียม คือ รูปภาพจากอวกาศ
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่องค์กรต่าง ๆ จ่ายเงินซื้อไม่ใช่เพียงรูปภาพ
หากแต่เป็นข้อมูลที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจ
ปัญหาและอุปสรรคที่ผู้ซื้อภาพถ่ายดาวเทียมมักพบ
แม้ว่าการเข้าถึงข้อมูลดาวเทียมจะง่ายขึ้นมาก แต่การเลือกข้อมูลให้เหมาะสมกับงานยังคงเป็นความท้าทาย ผู้ใช้งานจำนวนมากประสบปัญหาในการเลือกประเภทข้อมูล ความละเอียด ช่วงเวลาที่มีข้อมูล การประเมินผลกระทบจากเมฆ และการเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับ GIS ในหลายกรณี ผู้ใช้งานอาจซื้อข้อมูลที่อยู่ในงบประมาณ แต่กลับไม่สามารถนำไปตอบโจทย์งานได้จริง เพราะความละเอียดไม่เพียงพอ หรือข้อมูลยังไม่พร้อมสำหรับการวิเคราะห์
EarthInsights ช่วยอย่างไร
EarthInsights ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลจากอวกาศเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ค้นหาข้อมูลจากคลังภาพทั่วโลก เปรียบเทียบทางเลือกจากผู้ให้บริการหลายราย ตรวจสอบคุณภาพข้อมูล และเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน
ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย การวิเคราะห์พื้นที่ งานด้านสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร หรือโครงการภาคธุรกิจ ทีมงานสามารถช่วยประเมินทางเลือกที่เหมาะสมกับงบประมาณและวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการได้
บทสรุป
ภาพถ่ายดาวเทียมในปัจจุบันไม่ใช่เทคโนโลยีที่เข้าถึงได้เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจในหลากหลายอุตสาหกรรม
ราคาของภาพถ่ายดาวเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนภาพเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความละเอียด พื้นที่ ช่วงเวลาการบันทึกข้อมูล ประเภทข้อมูล สิทธิ์การใช้งาน และกระบวนการประมวลผลก่อนส่งมอบ
ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “ภาพถ่ายดาวเทียมราคาเท่าไร?” แต่คือ “ข้อมูลแบบใดที่เหมาะสมกับงานของเรา?” เพราะการเลือกข้อมูลได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดต้นทุน ลดเวลา และเพิ่มคุณค่าของข้อมูลในการวิเคราะห์และการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แหล่งอ้างอิง
1. USGS Landsat Program – https://www.usgs.gov/landsat-missions
2. Copernicus Sentinel Programme – https://www.copernicus.eu
3. GISTDA / THEOS-2 – https://www.gistda.or.th
4. Planet Labs – https://www.planet.com
5. Maxar Technologies – https://www.maxar.com
6. Airbus Intelligence – https://intelligence.airbus.com
7. UP42 Marketplace – https://www.up42.com
หมายเหตุ - ข้อมูลด้านราคาในบทความเป็นช่วงราคาโดยประมาณเพื่อการอธิบายแนวคิด อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผู้ให้บริการ พื้นที่ และเงื่อนไขการจัดซื้อในแต่ละช่วงเวลา