Last updated: 11 ส.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
เราคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตกันมาบ่อยแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนที่มีเนื้อที่ปลูกต้นไม้ หรือปลูกป่าอยู่ ก็คงยังสงสัยกันอยู่ว่า แปลงปลูกที่มีสามารถสร้างรายได้ลักษณะนี้ได้หรือไม่?
มาครับ เราเช็กเบื้องต้นกันก่อนว่า เราเข้าข่ายที่จะสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่ สรุปมาให้สั้นๆ 7 ขั้นตอนครับ

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ต้องตรวจสอบว่า
เพราะการมีพื้นที่อยู่ในครอบครองอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำพื้นที่นั้นมาพัฒนาเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตได้
เอกสารสิทธิ์ที่ยอมรับได้เช่น โฉลดที่ดิน (น.ส. 4), หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 , น.ส. 3ข.) , เอกสารสิทธิ์ที่ดินของรัฐ, หนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐ หรือ เอกสารสิทธิ์อื่นๆ ตามกฎหมาย

ตัวอย่างพื้นที่ที่เข้าข่าย เช่น ปลูกป่า สวนไม้ยืนต้น สวนไม้เศรษฐกิจโตเร็ว พื้นที่ฟื้นฟูป่า เช่นป่าพรุ, ป่าชายเลน พื้นที่ที่มีการจัดการเพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน
ปัจจุบัน Standard T-VER มี methodology* สำหรับหลายกิจกรรม เช่น การปลูกป่าอย่างยั่งยืน, สวนไม้เศรษฐกิจโตเร็ว และการปลูกพืชเกษตรยืนต้น
(*methodology คือ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อใช้คำนวณ ตรวจสอบ และประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้จริงจากโครงการ T-VER แต่ละประเภทอย่างเป็นมาตรฐาน)

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]

ถ้าเป็น โครงการป่าไม้ตาม Standard T-VER * โดยทั่วไปต้องมีพื้นที่โครงการ อย่างน้อย 10 ไร่
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงเดียวกัน สามารถนำหลายพื้นที่มารวมเป็นโครงการได้ตามเงื่อนไขของ อบก.
[*โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)]