รู้เร็ว ก่อนลุกลาม: ทำไมกรีซจึงลงทุนเฝ้าระวังไฟป่าจากพื้นดินถึงอวกาศ

Last updated: 16 ก.ย. 2569  |  80 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รู้เร็ว ก่อนลุกลาม: ทำไมกรีซจึงลงทุนเฝ้าระวังไฟป่าจากพื้นดินถึงอวกาศ

EARTH INSIGHTS · FORESTRY

รู้เร็ว ก่อนลุกลาม
ทำไมกรีซจึงลงทุนเฝ้าระวังไฟป่าจากพื้นดินถึงอวกาศ

ทำไมกรีซจึงลงทุนดาวเทียมเพื่อรับมือไฟป่าโดยเฉพาะ?

เมื่อไฟป่าครั้งเดียวเผาผลาญพื้นที่ประมาณ 600,000 ไร่ การเฝ้าระวังจากอวกาศก็กลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณเมืองอเล็กซานโดรโพลิส ประเทศกรีซ ในปี 2023 โดยรายงานของ Copernicus ระบุพื้นที่เผาไหม้ประมาณ 96,000 เฮกตาร์ หรือราว 600,000 ไร่ และจัดให้เป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้ในสหภาพยุโรป ณ เวลานั้น [1]

ความเสียหายขนาดนี้สะท้อนความท้าทายตั้งแต่ก่อนส่งทีมเข้าดับไฟ จะเฝ้าระวังพื้นที่กว้างใหญ่ได้อย่างไร และจะรับรู้สัญญาณได้เร็วเพียงใด ก่อนไฟจะขยายตัวจนจัดการได้ยาก

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว กรีซเลือกลงทุนใน Hellenic Fire System ดาวเทียม 4 ดวงสำหรับตรวจจับและติดตามไฟป่าโดยเฉพาะ พัฒนาโดยบริษัท OroraTech ผ่านความร่วมมือกับรัฐบาลกรีซและองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA โดยส่งขึ้นสู่วงโคจรในเดือนพฤษภาคม 2026 [2]

ทำไมการรับมือไฟบนพื้นดิน จึงต้องอาศัยเครื่องมือที่อยู่ไกลออกไปถึงอวกาศ?

เหตุผลสำคัญอยู่ที่ขนาดของพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ดาวเทียมช่วยเก็บข้อมูลครอบคลุมบริเวณกว้าง รวมถึงพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าสำรวจภาคพื้นดินทำได้ยาก มุมมองจากอวกาศจึงช่วยให้หน่วยงานติดตามสถานการณ์ได้ไกลกว่าจุดที่มีเจ้าหน้าที่หรือกล้องเฝ้าระวังอยู่

สำหรับ Hellenic Fire System ดาวเทียมแต่ละดวงติดตั้งกล้องอินฟราเรดช่วงคลื่นกลางและช่วงคลื่นยาว เพื่อตรวจจับไฟที่กำลังเกิดขึ้น ความผิดปกติทางความร้อน และประเมินความเข้มของพลังงานที่ไฟแผ่ออกมา ข้อมูลจึงช่วยระบุบริเวณที่น่าสงสัยและติดตามกิจกรรมของไฟผ่านสัญญาณความร้อน [2]

การลงทุนในระบบเฉพาะภารกิจยังหมายถึงการสร้างขีดความสามารถตามความต้องการของประเทศ ESA ระบุว่าโครงการนี้มุ่งให้กรีซมีระบบติดตามความร้อนจากอวกาศของตนเอง และนำข้อมูลมาเชื่อมกับการรับมือเหตุฉุกเฉิน [2] ในเชิงนโยบาย นี่สะท้อนว่าการเฝ้าระวังไฟป่าได้รับความสำคัญมากพอที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระยะยาว

ดาวเทียม Hellenic Fire System สองดวงในห้องสะอาด

Two Hellenic Fire System satellites in a cleanroom
Credit: OroraTech

กรีซกำลังสร้างความพร้อมตั้งแต่การตรวจวัดบนวงโคจร ไปจนถึงข้อมูลที่หน่วยดับไฟใช้ตัดสินใจบนพื้นดิน

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ESA รายงานว่าระบบส่งภาพความร้อนภาพแรกกลับมาแล้ว โดยมองเห็นลักษณะความร้อนของกรุงเอเธนส์ หมู่เกาะ และพื้นผิวทะเลอีเจียน เป็นก้าวสำคัญของการเตรียมระบบไปสู่การให้บริการเต็มรูปแบบ [3]

ESA ระบุด้วยว่า เมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ระบบจะสำรวจครอบคลุมกรีซวันละสองครั้ง ซึ่งเป็นการกลับมาเก็บข้อมูลตามรอบ ไม่ใช่ภาพสดของทุกจุดตลอดเวลา [3] ความแตกต่างนี้ช่วยให้เข้าใจว่า ดาวเทียมให้มุมมองที่กว้าง แต่การรับรู้เหตุในพื้นที่ยังต้องอาศัยเครื่องมืออื่นร่วมด้วย

ความสำคัญที่กรีซให้กับการเฝ้าระวังไฟป่ายังเห็นได้จากการลงทุนในระดับท้องถิ่น เช่น เทศบาล EllinikoArgyroupoli ซึ่งรายงานในเดือนพฤศจิกายน 2023 ว่าได้ติดตั้งกล้องรวม 20 ตัวบริเวณภูเขาและพื้นที่ป่า พร้อมยกระดับระบบตรวจจับไฟป่าที่ใช้กล้องความร้อนและกล้องภาพปกติร่วมกับ AI เพื่อตรวจจับควันหรือไฟตั้งแต่ระยะแรก และแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ [4]

เมื่อมองการลงทุนดาวเทียมระดับประเทศควบคู่กับตัวอย่างกล้องตรวจจับในท้องถิ่น จะเห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังในหลายระดับ ดาวเทียมช่วยติดตามความร้อนในพื้นที่กว้าง ส่วนกล้องและ AI ช่วยเฝ้ามองพื้นที่ที่ติดตั้งและส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความผิดปกติ ทั้งสองแนวทางจึงมีเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มโอกาสให้ผู้รับผิดชอบรับรู้เหตุได้เร็วขึ้น

การมีเครื่องมือตรวจจับหลายรูปแบบจึงเป็นส่วนหนึ่งของความพร้อม ส่วนประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจริงย่อมขึ้นอยู่กับการนำข้อมูลไปใช้ตรวจสอบและตอบสนองของเจ้าหน้าที่ด้วย

ดาวเทียมหนึ่งดวงในโครงการ Hellenic Fire System

One of Hellenic Fire System satellites
Credit: OroraTech

สำหรับประเทศไทย เราอาจนำมาคิดต่อได้ทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ การทำให้จุดเสี่ยงมีระบบตรวจจับ ส่งภาพถึงศูนย์ควบคุม และใช้ข้อมูลดาวเทียมประกอบ เป็นก้าวที่เริ่มสร้างประโยชน์ได้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ตัวอย่างหนึ่งคือ FlameWatch จาก Earth Insights by Thaicom ซึ่งผสานกล้อง AI การสื่อสารผ่านดาวเทียม และแดชบอร์ดกลาง เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังไฟป่าในระดับพื้นที่ [5]

กระบวนการเริ่มจากกล้องหมุนบันทึกภาพ 360 องศา แล้วใช้ AI วิเคราะห์ว่ามีสัญญาณที่อาจเป็นไฟป่าหรือไม่ หากพบความเป็นไปได้ ระบบจะส่งภาพพร้อมพิกัดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุม เพื่อตรวจสอบยืนยัน เมื่อยืนยันว่าเป็นไฟป่า เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์และส่งทีมภาคสนามไปยังพิกัดดังกล่าวเพื่อเข้าดับไฟ โดยมีคนเป็นผู้ตัดสินใจและสั่งการ

แต่การตรวจพบเหตุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ในพื้นที่ป่าเขาที่ไม่มีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตภาคพื้นดิน ภาพที่บันทึกได้ยังต้องมีช่องทางส่งต่อ FlameWatch จึงอาศัยอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในการส่งภาพ พิกัด และข้อมูลแจ้งเตือนถึงศูนย์ควบคุม ช่วยลดข้อจำกัดด้านการสื่อสารของจุดเฝ้าระวังที่อยู่ห่างไกล [5]

ภาพการติดตั้งและการใช้งาน FlameWatch จากพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

ภาพการติดตั้งและการใช้งาน FlameWatch จากพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

ภาพตัวอย่าง Dashboard ระบบ FlameWatch

ภาพตัวอย่าง Dashboard ระบบ FlameWatch

ดาวเทียมสำรวจโลกช่วยให้ข้อมูลความร้อน ส่วนดาวเทียมสื่อสารช่วยให้ภาพและข้อมูลจากพื้นที่เดินทางถึงเจ้าหน้าที่ ทั้งสองบทบาทจึงทำงานร่วมกับกล้องและ AI เพื่อเชื่อมการตรวจพบเข้ากับการปฏิบัติงาน

การแจ้งเตือนจากกล้องและ AI ของ FlameWatch ไม่จำเป็นต้องรอให้ดาวเทียมตรวจพบ Hotspot ก่อน ขณะเดียวกัน ตำแหน่งเหตุที่ตรวจพบสามารถนำมาเทียบกับ Hotspot จากภาพถ่ายดาวเทียมบนแผนที่ เพื่อให้ศูนย์ควบคุมใช้ทั้งภาพจากพื้นที่และข้อมูลความร้อนจากอวกาศประกอบการประเมิน

หากต่อยอดในอนาคต พิกัดที่ผ่านการตรวจสอบแล้วอาจใช้ประกอบการสั่งโดรนเข้าสำรวจขอบเขตของไฟ ส่งภาพกลับมาช่วยประเมินสถานการณ์ระหว่างที่ทีมดับไฟป่ากำลังเดินทาง และอาจพัฒนาไปถึงโดรนที่ออกแบบสำหรับดับไฟเข้าช่วยควบคุมเหตุเบื้องต้นตามความเหมาะสม แนวทางนี้ยังต้องพัฒนาและทดสอบก่อนใช้งานจริง หรือหากมีบริษัทหรือพาร์ทเนอร์ที่สนใจก็สามารถมาต่อยอดในส่วนนี้ร่วมกันได้

กรณีกรีซสะท้อนความสำคัญของการเฝ้าระวังไฟป่า ตั้งแต่ดาวเทียมเฉพาะภารกิจระดับประเทศ ไปจนถึงกล้องตรวจจับร่วมกับ AI ในระดับท้องถิ่น ส่วนตัวอย่างของไทยทำให้เห็นบทบาทของการเชื่อมข้อมูลเหล่านี้กับผู้ปฏิบัติงาน ทั้งข้อมูลที่ช่วยตรวจสอบเหตุและช่องทางสื่อสารที่นำภาพจากพื้นที่ห่างไกลมาถึงศูนย์ควบคุม

ท้ายที่สุด หัวใจของการเฝ้าระวังไฟป่าไม่ได้อยู่เพียงการรู้ว่าไฟเกิดตรงไหน แต่อยู่ที่การรู้ให้เร็วตั้งแต่ไฟเริ่มก่อตัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีโอกาสเข้าควบคุมก่อนความเสียหายขยายวง และทั้งหมดนี้ก็คือคุณค่าของการเชื่อมข้อมูลดาวเทียม ภาพภาคพื้นดิน AI และการสื่อสารเข้าด้วยกันเพื่อร่วมด้วยช่วยกันดูแลผืนป่า

ศึกษาระบบเฝ้าระวังไฟป่าอัจฉริยะและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

FlameWatch โดย Earth Insights →

แหล่งอ้างอิง

[1] Copernicus Climate Change Service. European State of the Climate 2023: Wildfires.

[2] European Space Agency. (4 พฤษภาคม 2026). Hellenic Fire System satellites launched for Greece.

[3] European Space Agency. (7 กรกฎาคม 2026). Hellenic Fire System achieves first light.

[4] Municipality of EllinikoArgyroupoli. (8 พฤศจิกายน 2023). การยกระดับระบบตรวจจับไฟของเทศบาล EllinikoArgyroupoli ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (ชื่อเรื่องแปลจากภาษากรีก)

[5] Earth Insights by Thaicom. (9 กรกฎาคม 2026). ไทยคม ร่วมนำเสนอเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียมและแพลตฟอร์ม Operational Intelligence ในงาน THAIDEF-EX 2026 เสริมศักยภาพด้านความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้